Knowledge

Knowledge All > เจาะลึกการซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูน




 


รู้หรือไม่สินค้าตัวการ์ตูนที่คุณเห็นไม่ว่าจะเป็น คิตตี้ โดราเอมอน ชินจัง มิกกี้เม้าท์ ทุกตัวล้วนมีผู้ถือลิขสิทธิ์อยู่ทั้งนั้น

ดังนั้นคุณไม่สามารถนำตัวละครเหล่านั้นมาผลิตสินค้าเพื่อทำในเชิงพาณิชย์ได้หากยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์

เพราะหากผู้ถือลิขสิทธิ์คิดจะฟ้องคุณขึ้นมา มีหนาวค่ะ

 

บทสัมภาษณ์นี้ขอปิดบังข้อมูลบริษัทที่ถูกกล่าวถึงนะคะ

เพราะเป็นเรื่องวงในของธุรกิจค่ะ

 


Q: ตอนจะซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนรู้ได้อย่างไรว่าใครถือลิขสิทธิ์อยู่ในไทย

A: พอดีเพื่อนผมรู้จักกับคนในบริษัทนี้ และตอนนั้นเรากำลังจะหุ้นผลิตสินค้ากันพอดี

ก็เลยอยากได้ลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนมาแปะหน้าสินค้า

 


Q: การขอลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนมีขั้นตอนยังไงบ้าง

A: ขั้นแรกคือคุณต้องเตรียมพรีเซนต์บริษัทของคุณ ว่ามี Background ยังไง มีโรงงานผลิตอะไรบ้าง

ให้ทางผู้ถือลิขสิทธิ์เขารู้จักเราให้มากที่สุด ขอบอกเลยว่าถ้ามี Background บริษัทที่ไม่แน่นพอ

ศักยภาพการผลิต การจัดจำหน่ายสินค้าไม่ถึงโอกาสจะขอซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนสำเร็จเป็นไปได้ยากมาก 

เพราะงั้นจะเห็นเลยว่าบริษัทที่มักได้ลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนดังๆ ไปแปะอยู่บนสินค้ามักจะเป็นบริษัทใหญ่อยู่แล้ว

พรีเซนต์ผ่านก็จะได้เซ็นต์สัญญาและถึงจะมาถึงขั้นตอนผลิตสินค้า

 

 

Q: กว่าจะได้ลิขสิทธิ์นี่นานไหมคะ

A: ไม่ต่ำกว่า 1 เดือนครับ นับตั้งแต่วันเข้าไปพรีเซนต์ เพราะทางบริษัทที่เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ในไทย

ต้องส่งเรื่องไปทางบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นอีกทีดังนั้นเลยมีขั้นตอนการขอที่ต้องส่งกันไปส่งกันมา

 



Q: เราต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อะไรยังไงบ้างคะ

A: ขออธิบายก่อนนะครับว่าลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนเนี่ยเขาจะทำสัญญากันแบบปีต่อปี ดังนั้นสินค้าของเราจะมีอายุการขายได้แค่ 1 ปีเท่านั้น

ยกเว้นว่าเราจะทำการต่อสัญญาและเราต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เป็น % ตามราคาสินค้า เป็นเปอร์เซนต์ที่ตกลงกันไว้กับผู้ถือลิขสิทธิ์ 

แต่ละบริษัท แต่ละตัวการ์ตูนจะคิดไม่เหมือนกันดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือ ประเมินว่าสินค้าในหนึ่งปีจะผลิตออกมาจำนวนเท่าไร

จากนั้นก็คุยตกลงเรื่องราคาและจ่ายให้กับบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์

 


Q: เราสามารถเอาตัวการ์ตูนที่ได้ลิขสิทธิ์มาออกแบบสินค้าได้ยังไง

A: ทางบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์จะส่งแคตตาล๊อกภาพมาให้ดูครับ เป็นตัวการ์ตูนในแบบแอ็คชั่นต่างๆ

หรือแต่งตัวแบบแปลกๆ ตากเทศกาล แล้วแต่ว่าทางเจ้าของลิขสิทธิ์มีภาพอะไรอยู่ในสต๊อกบ้าง

เราก็จะทำหาจิ้มเลือกว่าเราจะใช้ภาพไหนของตัวละครตัวนั้น

แล้วเขาก็จะส่งไฟส์ต้นฉบับแบบ ai มาให้ เราก็เอาตัวการ์ตูนจากตรงนั้นมาแปะลงสินค้าของเรา

 


Q: งั้นถ้าเราอยากได้ท่าทางหรือให้ตัวละครใส่ชุดแปลกๆ จากที่มีให้เลือกล่ะคะ

A: ทำไม่ได้ครับ ต้องเลือกเท่าที่เขามีให้ครับ ห้ามวาดใหม่เด็ดขาด ต้องใช้จากไฟส์ที่เขาให้เท่านั้น

 


Q: แบบนี้เราอยากจะหยิบตัวละครอะไรมาใช้ก็ได้หมดเลยเหรอคะ 

อย่างถ้าเราซื้อลิขสิทธิ์โดราเอมอนมาเราอยากได้โนบิตะ ชิซูกะ โดเรมีด้วยต้องเสียเงินเพิ่มมั้ยคะ

A: อันนี้ขึ้นอยู่กับข้อแม้ของตัวการ์ตูนนั้นๆ ครับ อย่างที่ผมเคยรู้มานะ

บางตัวละครก็จะแยกขายเป็นตามคาแรคเตอร์ บางตัวก็ขายรวมหมด
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละเจ้าจริงๆ ครับ ไม่มีข้อแม้ตายตัว

 


Q: ตอนช่วงออกแบบสินค้าต้องทำยังไงกันบ้าง

A: ทุกขั้นตอนของการออกแบบต้องผ่านการตรวจจากบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์ทุกอย่าง

ตั้งแต่ตัวสินค้า แพ๊คเกจจิ้ง แม้แต่ Ads โฆษณา

เรียกได้ว่าตรงส่วนไหนที่มีตัวละครของเขาแปะอยู่

เราต้องส่งให้เขาตรวจหมด และต้องรอให้บริษัทที่ไทยส่งให้บริษัทที่ญี่ปุ่นตรวจอีกทีด้วย

ดังนั้นเวลาจะออกแบบอะไรสักชิ้นรอกันทีครึ่งเดือนได้ครับ

กว่าจะส่งกันไปส่งกันมา ดังนั้นการทำสินค้าที่มีคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนเนี่ย

ต้องวางแผนล่วงหน้ากันเป็นปีๆ กว่าสินค้าจะได้วางขายสู่ตลาด

 


Q: สินค้าที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องกับสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เวลาไปลงขายในตลาดจะแยกแยะกันได้ยังไงคะ

A: แต่ละบริษัทที่ถือลิขสิทธิ์เขาจะมีวิธีของเขาแตกต่างกันไปครับ

อย่างของบริษัทที่ผมติดต่อไป เขาจะให้เป็นสติ๊กเกอร์พิเศษที่ต้องขอจากทางบริษัทเท่านั้น

ผมก็เอาสติ๊กเกอร์พวกนั้นมาแปะที่สินค้าครับ



Q: ถึงเวลาครบ 1 ปีสัญญาหมดลงแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อคะ

A: ก็อยู่ที่เราว่าอยากจะต่อสัญญามั้ย ถ้าต่อก็ต้องคุยกับบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์

เรื่องรายละเอียดต่างๆ ว่าจะยังใช้ข้อตกลงเดิมอยู่มั้ย แล้วก็จะผลิตสินค้าเพิ่มอีกเท่าไร

แต่ถ้าไม่ต่อสัญญา เราก็จะหมดสิทธิ์ในการขายสินค้าชิ้นนั้นๆ ทันที

ถึงแม้เราจะมีสินค้าค้างอยู่ในสต๊อกก็ตาม

 


จบแล้วค่ะสำหรับบทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกในครั้งนี้ เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์จากรุ่นพี่แอดมินซึ่งทำงานอยู่ในวงการ

ซื้อขายลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนจริงๆ ค่ะ ไม่ได้มีการแต่งเติมเนื้อหาแต่อย่างใด บางข้อมูลอาจมีข้อขัดกับข้อมูลของบางท่าน

เนื่องจากแต่ละลิขสิทธิ์ก็จะมีข้อแม้ ข้อตกลงในการซื้อขายแตกต่างกันนะคะ




หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และความรู้แก่นักอ่านทุกท่าน

ที่มีลิขสิทธิ์อยู่ในมือ แต่บางทีเวลามีคนมาติดต่อขอซื้อเพื่อนำไปผลิตต่อ

ก็กะไม่ถูกว่าจะขายยังไงรูปแบบไหนดี บทความนี้น่าจะช่วยไกด์ให้ท่านได้บ้างไม่มากก็น้อย


สวัสดีค่ะ




Other Knowledge more>>